Home » ปะฏิจจะสะมุปปาทะปาฐะ – บทสวดมนต์ ปะฏิจจะสะมุปปาทะปาฐะ

ปะฏิจจะสะมุปปาทะปาฐะ – บทสวดมนต์ ปะฏิจจะสะมุปปาทะปาฐะ

by adminsotailoc

คุณกำลังมองหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ ปะฏิจจะสะมุปปาทะปาฐะ หน้านี้สรุปข้อมูลที่เกี่ยวข้อง บทสวดมนต์ ปะฏิจจะสะมุปปาทะปาฐะ

บทสวดมนต์ ปะฏิจจะสะมุปปาทะปาฐะ|ข้อมูลรายละเอียดมากที่สุด

ดูวิดีโอโดยละเอียดด้านล่าง

คุณเห็นวิดีโอ บทสวดมนต์ ปะฏิจจะสะมุปปาทะปาฐะ หรือไม่? หากต้องการดูข้อมูลเพิ่มเติมในหัวข้อ ปะฏิจจะสะมุปปาทะปาฐะ โปรด ดูที่นี่.

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ปะฏิจจะสะมุปปาทะปาฐะ

บทสวดมนต์ ปะฏิจจะสะมุปปาทะปาฐะ

ปลุกเสกโดยพระทรงวุฒิ ถิรจิตโต (อ่านว่า มคธ) ปาติกาสัมปัตย์ เป็นหนึ่งในหลักการในพระพุทธศาสนาที่อธิบายการเกิดขึ้นของธรรมะทั้งปวง เพราะการพึ่งพาอาศัยกัน การอยู่ร่วมกันของสรรพสิ่ง ทุกข์จึงเกิดขึ้นเพราะเหตุต่อเนื่อง มี 12 ร่างหรือวิชาดังต่อไปนี้: อวิชชา, สังขาร, วิญญาณ, ชื่อ, แบบฟอร์ม, ศาลายาตนะ, Phassa, Vetana, ความปรารถนา, อุปทาน, ป๊อป, แผนภูมิและความตาย พ่อแม่ครูบาอาจารย์ร่วมไว้อาลัยแด่พระพุทธศาสนาเพื่อประโยชน์ของบริษัทพุทธฯ ต่อไป ..ทางช่อง ขอขอบคุณ ผู้ที่เกี่ยวข้องในการสร้างผลงานภาพเพื่อจัดทำวิดีโอ “จัดทำและแจกจ่ายเพื่อความเป็นธรรม..ไม่มีการขายหรือค่าตอบแทนใดๆ ”
[จัดตั้งช่องธรรมะโดย พระทรงวุฒิ ถิรจิตฺโต] ..

หวังว่าข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ ปะฏิจจะสะมุปปาทะปาฐะ ในบทความนี้ คุ้มค่ามากสำหรับคุณ

ขอแสดงความนับถือ!

7 comments

Related Articles

7 comments

พระธรรมคําสอน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 29/09/2021 - 15:58

{ ๑. }…ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! เราจักแสดง เราจักจำแนก ซึ่งปฏิจจสมุปบาท แก่พวกเธอทั้งหลาย. พวกเธอทั้งหลายจงฟังซึ่งธรรมนั้น, จงทำในใจให้สำเร็จประโยชน์, เราจักกล่าวบัดนี้.

ครั้นภิกษุทั้งหลายเหล่านั้น ทูลสนองรับพระพุทธดำรัสแล้ว, พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสถ้อยคำเหล่านี้ว่า :- ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! ก็ปฏิจจสมุปบาท (สมุทยวาร) เป็นอย่างไรเล่า ? ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! :เพราะมีอวิชชา เป็นปัจจัย จึงมี สังขารทั้งหลาย; เพราะมีสังขาร เป็นปัจจัย จึงมี วิญญาณ; เพราะมีวิญญาณ เป็นปัจจัย จึงมี นามรูป; เพราะมีนามรูป เป็นปัจจัย จึงมี สฬายตนะ; เพราะมีสฬายตนะ เป็นปัจจัย จึงมี ผัสสะ; เพราะมีผัสสะ เป็นปัจจัย จึงมี เวทนา; เพราะมีเวทนา เป็นปัจจัย จึงมี ตัณหา; เพราะมีตัณหา เป็นปัจจัย จึงมี อุปาทาน; เพราะมีอุปาทาน เป็นปัจจัย จึงมี ภพ; เพราะมีภพ เป็นปัจจัย จึงมี ชาติ; เพราะมีชาติ เป็นปัจจัย, ชรามรณะ โสกะปริเทวะทุกขะโทมนัสอุปายาสทั้งหลาย จึงเกิดขึ้นครบถ้วน : ความเกิดขึ้นพร้อมแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนี้ ย่อมมีด้วยอาการอย่างนี้.

Reply
藤田キティカ 29/09/2021 - 15:58

🙏🙏🙏

Reply
Kun Aeng 29/09/2021 - 15:58

Sadhu sadhu sadhu …

Reply
Sura Inch 29/09/2021 - 15:58

เป็นบทสวดที่ใช้ในงานอะไรครับ

Reply
Saravuth Live 29/09/2021 - 15:58

สวัสดี​ครับ​ เข้ามาให้กำลังใจและกดติดตาม กดถูกใจขอท่านและครอบครัวให้มีสุขภาพแข็งเเรง​นะครับ ร่ำรวย นะครับ ขอความเมตตาฝากช่อง saravuth​Live​ ด้วยนะครับ อยากผ่านเกณฑ์​บ้างนะครับครับ

Reply
พระธรรมคําสอน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 29/09/2021 - 15:58

{ ๒. }…ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! ก็ชรามรณะ เป็นอย่างไรเล่า ? ความแก่ ความคร่ำคร่า ความมีฟันหลุด ความมีผมหงอก ความมีหนังเหี่ยว ความสิ้นไป ๆ แห่งอายุความแก่รอบแห่งอินทรีย์ทั้งหลาย ในสัตวนิกายนั้น ๆ ของสัตว์ทั้งหลายเหล่านั้น ๆ : นี้ เรียกว่า ชรา. การจุติ ความเคลื่อน การแตกสลาย การหายไป การวายชีพ การตาย การทำกาละ การแตกแห่งขันธ์ทั้งหลาย การทอดทิ้งร่าง การขาดแห่งอินทรีย์คือชีวิต จากสัตวนิกายนั้น ๆ ของสัตว์ทั้งหลายเหล่านั้น ๆ : นี้เรียกว่า มรณะ ชรานี้ด้วย มรณะนี้ด้วย ย่อมมีอยู่ดังนี้; ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! นี้ เรียกว่า ชรามรณะ.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! ก็ชาติ เป็นอย่างไรเล่า ? การเกิด การกำเนิด การก้าวลง (สู่ครรภ์) การบังเกิด การบังเกิดโดยยิ่ง ความปรากฏของขันธ์ทั้งหลาย การที่สัตว์ได้ซึ่งอายตนะทั้งหลาย ในสัตวนิกายนั้น ๆ ของสัตว์ทั้งหลายเหล่านั้น ๆ : ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! นี้ เรียกว่า ชาติ.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! ก็ภพ เป็นอย่างไรเล่า ? ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! ภพทั้งหลาย ๓ อย่างเหล่านี้ คือ กามภพ รูปภพ อรูปภพ : ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! นี้ เรียกว่า ภพ.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! ก็อุปาทาน เป็นอย่างไรเล่า ? ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! อุปาทานทั้งหลาย ๔ อย่างเหล่านี้ คือ กามุปาทาน ทิฏฐุปาทาน สีลัพพัตตุปาทาน 
อัตตวาทุปาทาน : ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! นี้ เรียกว่า อุปาทาน.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! ก็ตัณหา เป็นอย่างไรเล่า ? ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! หมู่แห่งตัณหาทั้งหลาย ๖ หมู่เหล่านี้คือ รูปตัณหา สัททตัณหา คันธตัณหา รสตัณหา 
โผฎฐัพพตัณหา ธัมมตัณหา : ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! นี้ เรียกว่า ตัณหา.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! ก็เวทนา เป็นอย่างไรเล่า ? ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! หมู่เวทนาทั้งหลาย ๖ หมู่เหล่านี้ คือ จักขุสัมผัสชาเวทนา โสตสัมผัสสชาเวทนา 
ฆานสัมผัสสชาเวทนา ชิวหาสัมผัสสชาเวทนา กายสัมผัสชาเวทนา มโนสัมผัสสชา- 
เวทนา : ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! นี้ เรียกว่า เวทนา.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! ก็ผัสสะ เป็นอย่างไรเล่า ? ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! หมู่ผัสสะทั้งหลาย ๖ หมู่เหล่านี้ คือ จักขุสัมผัส โสตสัมผัส ฆานสัมผัส 
ชิวหาสัมผัส กายสัมผัส มโนสัมผัส : ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! นี้ เรียกว่า ผัสสะ.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! ก็สฬายตนะ(อายตนะใน ๖ + อายตนะนอก ๖) เป็นอย่างไรเล่า ? จักข๎วายตนะ โสตายตนะ ฆานายตนะ ชิวหายตนะ กายายตนะ มนายตนะ : ภิกษุทั้งหลาย ! นี้ เรียกว่า สฬายตนะ.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! ก็นามรูป เป็นอย่างไรเล่า ? เวทนา สัญญา เจตนา ผัสสะ มนสิการ : นี้ เรียกว่า นาม. มหาภูตทั้งสี่ด้วย รูปที่อาศัยมหาภูตทั้งสี่ด้วย : นี้ เรียกว่า รูป. นามนี้ด้วย รูปนี้ด้วย ย่อมมีอยู่ดังนี้ ; ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! นี้ เรียกว่า นามรูป.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! ก็วิญญาณ เป็นอย่างไรเล่า ? ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! หมู่วิญญาณทั้งหลาย ๖ หมู่เหล่านี้ คือ จักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ ฆานวิญญาณ
ชิวหาวิญญาณ กายวิญญาณ มโนวิญญาณ : ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! นี้ เรียกว่า วิญญาณ .

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! ก็สังขารทั้งหลาย เป็นอย่างไรเล่า ? ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! สังขารทั้งหลาย ๓ อย่างเหล่านี้ คือ กายสังขาร วจีสังขาร จิตตสังขาร : ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! เหล่านี้ เรียกว่า สังขารทั้งหลาย.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! ก็อวิชชา เป็นอย่างไรเล่า ? ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! ความไม่รู้อันใดแล เป็นความไม่รู้ในทุกข์, เป็นความไม่รู้ในเหตุให้เกิดขึ้นแห่งทุกข์, 
เป็นความไม่รู้ในความดับไม่เหลือแห่งทุกข์, เป็นความไม่รู้ในข้อปฏิบัติเครื่องทำสัตว์ให้ลุถึงความดับไม่เหลือแห่งทุกข์ : ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! นี้ เรียกว่า อวิชชา.

(สูตรที่ ๒ พุทธวรรค นิทานสังยุตต์ นิทาน. สํ.๑๖/๒/๔ , ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ที่เชตวัน.)

Reply
Za Za 29/09/2021 - 15:58

ทำไมออกเสียกไม่ตรงกับคำอยู่หลายคำ พระเก๊สวดป่าวคับ

Reply

Leave a Comment